เรื่องการทำความสะอาด! เราช่วยท่านได้

การทำความสะอาด, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำยาทำความสะอาด, วิธีการทำความสะอาด, เครื่องทำความสะอาด, บริการ ดูแล ทำความสะอาด

เราชำนาญ เรื่องการทำความสะอาด!

การทำความสะอาด, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำยาทำความสะอาด, วิธีการทำความสะอาด, เครื่องทำความสะอาด, บริการ ดูแล ทำความสะอาด

เราช่วยให้ครอบครัวคุณมีความสุขมากขึ้น เรื่องการทำความสะอาด!

การทำความสะอาด, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำยาทำความสะอาด, วิธีการทำความสะอาด, เครื่องทำความสะอาด, บริการ ดูแล ทำความสะอาด

เราช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้น เรื่องการทำความสะอาด!

การทำความสะอาด, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำยาทำความสะอาด, วิธีการทำความสะอาด, เครื่องทำความสะอาด, บริการ ดูแล ทำความสะอาด

เราช่วยคุณได้ เรื่องการทำความสะอาด!

การทำความสะอาด, อุปกรณ์ทำความสะอาด, น้ำยาทำความสะอาด, วิธีการทำความสะอาด, เครื่องทำความสะอาด, บริการ ดูแล ทำความสะอาด

การทำความสะอาดบ้าน ทีอยู่อาศัย

การทำความสะอาดบ้าน

เมื่อเรารู้จักอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงานแล้ว เราก็จะต้องศึกษาวิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้องด้วย โดยเริ่มทำความสะอาดจากที่สูงลงมาหาที่ต่ำ ตั้งแต่เพดาน ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆจนถึงพื้นบ้าน

การทำความสะอาดบ้าน

การทำความสะอาดเพดานควรใช้ไม้กวาดหยากไย่ กวาดใยแมงมุมให้สะอาดประมาณสัปดาห์ละครั้งหรือทันทีที่พบเห็น เนื่องจากใยแมงมุมจะทำให้ฝุ่นละอองไปติดทำให้เพดานสกปรก ไม่สวยงามและฝุ่นฟุ้งกระจายเมื่อลมพัด ก่อนทำความสะอาดเพดานควรหาพลาสติกมาคลุมสิ่งของที่วางบนพื้น เพื่อป้องกันหยากไย่และฝุ่นละอองตกลงมาเลอะเทอะ ทำให้ไม่ต้องทำความสะอาดยุ่งยากเพราะเมื่อทำความสะอาดเพดานเสร็จเพียงแต่รวบพลาสติกไปสะบัดฝุ่นออกเท่านั้น

ฝาผนังควรทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง ถ้าฝาผนังเป็นไม้กระดานให้ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดฝุ่นออก โดยเฉพาะรอยกระดานที่ซ้อนกันจะมีฝุ่นมาก จากนั้นใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นอีกครั้งแล้วนำผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆเช็ดให้ทั่ว ถ้าฝาผนังเป็นปูนอาจใช้ไม้กวาดดอกหญ้ากวาดลงเบาๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรือถ้าสกปรกมาก เช่น เลอะคราบน้ำมัน ให้ใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดกับผงซักฟอกแล้งใช้ผุ้บน้ำเช็ดให้สะอาด

ประตูและหน้าต่าง ที่เป็นไม้ให้เช็ดฝุ่นด้วยผ้าแห้ง และใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นก่อนแล้วจึงใช้ผ้าหมาดๆเช้ดอีกครั้ง แต่ถ้าประตูหน้าต่างเป็นกระจกควรเช็ดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ใช้ที่ฉีดน้ำฉีดน้ำที่กระจกแล้วเช็ดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ จนกระจกใสไม่มีรอยขูด

การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ เช่น หลังตู้ บนโต๊ะ หรือชั้นวางของ ให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นให้สะอาดได้อย่างทั่วถึง ถ้าตู้โต๊ะหรือชั้นวางของสกปรกมาก อาจใช้ผ้าหมาดๆเช็ดทำความสะอาด

เมื่อทำความสะอาดส่วนอื่นๆเรียบร้อยแล้วจึงทำความสะอาดพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการกวาด ควรกวาดจากที่สูงลงมาก่อน และกวาดไปตามทิศทางลม เพื่อไม่ให้ฝุ่นย้อนกลับมา การใช้ไม้กวาดควรกดไม้กวาดให้แนบกับพื้น กวาดออกจากตัวเบาๆให้สุดช่วงแขน ไม่ยกไม้กวาดสูงและอย่าสะบัดปลายไม้กวาดเพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้ง กวาดใต้ตู้ ใต้โต๊ะ ใต้เตียง และซอกมุมต่างๆให้ทั่ว โดยกวาดไปในทิศทางเดียวกัน แล้วกวาดมากองรวมกันไว้เพื่อให้โกยผงได้สะดวก ถ้าพื้นปูพรมควรใช้เครื่งดูดฝุ่นในการทำความสะอาด

หลังจากกวาดเสร็จแล้ว เราก็จะต้องถูเพื่อให้พื้นดูสะอาดยิ่งขึ้น ถ้าใช้ผ้าขี้ริ้วธรรมดาให้นำผ้าชุบน้ำหมาดๆคลี่ผ้าออกให้กว้างพอเหมาะ ถ้าเป็นพื้นกระดานก็ถูตามความยาวของไม้กระดาน ถูให้สุดช่วงแขน ไล่จากด้านในออกมาด้านนอก ถ้าใช้ไม้ถูพื้นจะต้องใช้ผ้าขี้ริ้วถูตามมุมและที่ที่ไม้ถูไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้ เช่น ใต้ตู้ หรือโต๊ะเตี้ยๆ แล้วจึงจะถูพื้นรอบนอกด้วยไม้ถูพื้น

น้ำยาทำความสะอาด

สารทำความสะอาด
สารทำความสะอาด (cleaning agent) หมายถึงสารที่ใช้เพื่อการล้าง (washing) เพื่อทำความสะอาดวัตถุดิบ เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้แปรรูปอาหาร

คุณสมบัติของสารทำความสะอาด สารทำความสะอาดที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

Cleaning agent สารทำความสะอาด

  • ไม่กัดกร่อนผิวหน้าเครื่องมือ
  • ไม่เป็นอันตรายหรือเป็นพิษ
  • ไม่เป็นอันตรายต่อผู้มีหน้าที่ล้างหรือทำความสะอาดกรณีใช้คนเป็นผู้ทำความสะอาด
  • ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • ละลายได้ดีในน้ำและชะล้างออก (rinse) ออกได้ง่าย
  • สามารถละลาย หรือแขวนตะกอนสารตกค้าง หรือสารปนเปื้อนที่ต้องการกำจัดออก และหลังจากการล้างออกแล้วต้องไม่เหลือคราบใดๆไว้
  • กรณีใช้แรงดันของน้ำสูง ต้องไม่ทำให้เกิดฟอง


ข้อมูลอ้างอิง: Food Network Solution ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร


Keyword: สารทำความสะอาด cleaning agent. น้ำยาทำความสะอาด

การทำความสะอาดแบบเปียก

การทำความสะอาด
การทำความสะอาดแบบเปียก (wet cleaning) คือการทำความสะอาด (cleaning) โดยใช้ของเหลว เช่น น้ำ สารทำความสะอาด (cleaning agent)

กลไกการทำความสะอาด (cleaning mechanism) กลไกการทำความสะอาดสามารถแยกออกเป็น 5 กลไกหลักดังนี้

วิธีการทำความสะอาด

  • การใช้แรงกระทำ (mechanical action) ได้แก่ การถู การใช้แรงดันน้ำสูงๆ เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนให้หลุดออกจากผิวหน้าเครื่องมือ
  • การละลาย (dissolution) โดยการทำให้สารตกค้างละลายในตัวทำละลาย ซึ่งชนิดที่นิยมคือ น้ำ เนื่องจากมีราคาถูก ไม่เป็นพิษทั้งต่อร่างกายและสภาพแวดล้อม ไม่หลงเหลือสิ่งตกค้างหลังการล้าง แต่บางครั้งอาจต้องใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ (organic solvent) แทน หรือใช้ตัวทำละลายทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน
  • การชะล้าง (detergency) ต้องอาศัยสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ในน้ำ โดยสารชะล้าง (detergent) จะออกฤทธิ์ 4 ทางคือ เป็นสารทำให้เปียก (wetting agent) สารทำให้เกิดการละลาย (solubilizers) สารทำให้เกิดอิมัลชัน (emulsifier) และสารทำให้เกิดการกระจายตัว (dispersants) ทำให้สารตกค้างละลายหรือหลุดออกมา
  • ปฏิกิริยาเคมี (chemical reaction) อาทิ oxidation, hydrolysis ซึ่งจะไปทำให้สารตกค้างเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทำให้มีการลดขนาดอนุภาคลง และมีการละลายดีขึ้น ทำให้ถูกชะล้างออกไปได้ตัวอย่างเช่น ใช้ sodium hypochorite ทำให้เกิด oxidation ทำให้สารตกค้างถูกทำลายและกำจัดออกได้
  • การฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (antimicrobial action) โดยใช้สารที่มีฤทธิ์ทำลายจุลินทรีย์ วิธีนี้อาจทิ้งคราบหลังการทำความสะอาดบนผิวหน้าเครื่องมือได้

ในการทำความสะอาดอาจต้องใช้กลไกข้างต้น มากกว่า 1 วิธี ร่วมกัน เนื่องจากในสูตรตำรับยามีสารตกค้างหลายชนิดซึ่งมีสมบัติของการละลายและการถูกชะล้างแตกต่างกัน

ข้อมูลอ้างอิง: Food Network Solution ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร

Keyword: การทำความสะอาดแบบเปียก wet cleaning, กลไกการทำความสะอาด cleaning machanism